เข้าสู่ระบบ

ค้นหาแบบด่วน

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
12345678910

วัคซีนไข้หวัดใหญ่กับสตรีมีครรภ์

PDFPrintE-mail

คำถาม 
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ สามารถให้ในหญิงตั้งครรภ์ได้หรือไม่
ผู้สอบถาม              :ภญ.เจนจิรา  รพ.ยะรัง
วันที่-เวลาที่สอบถาม  23/6/52 ; 11.30 น. 
ตอบ ตามที่มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (swine flu) ที่เกิดจากเชื้อ H1N1
สร้างกระแสความสนใจและเกิดการตื่นตัวในหมู่ประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมาก  การป้องกันการแพร่เชื้อที่ดีที่สุดที่ทุกคนสามารถกระทำได้โดยตัวเอง คือ ให้ปฏิบัติตาม slogan กรมอนามัย ที่ว่า  “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” จะเป็นการดีที่สุด  แต่ขอเพิ่มเติมสำหรับวิถีอิสลามแล้วนั้น  ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อไว้ใจความว่า  “ท่านที่อยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด จงอย่าออกนอกพื้นที่  ส่วนผู้ใดที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้นก็อย่าเข้าไปในพื้นที่แพร่ระบาด”  อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีป้องกันการเกิดโรคอีกวิธีหนึ่งคือ การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ flu vaccine มีด้วยกัน 2 ชนิด1,2  คือ
1.    Trivalent Inactivated Influenza Vaccine (TIV) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า The Flu Shot เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ให้โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณไหล่หรือต้นขา  ได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป  รวมทั้งคนสุขภาพดีทั้งหลายหรือผู้ที่มีภาวะโรคเรื้อรังและหญิงตั้งครรภ์
2.    Live, Intranasal Influenza Vaccine (LAIV) มีชื่อการค้าว่า FluMist® เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น  ให้โดยการพ่นทางจมูก  อนุมัติให้ใช้ได้เฉพาะผู้มีสุขภาพดี  อายุตั้งแต่ 2-49 ปี และไม่ตั้งครรภ์  ไม่อนุญาตให้ใช้ในผู้ที่มีภาวะโรคเรื้อรัง อายุต่ำกว่า 2 ปี หรือมากกว่า 50 ปี  ทั้งนี้อาจเนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคในบุคคลเหล่านี้ไม่ค่อยดีพอ  จะเป็นการเสี่ยงหากใช้วัคซีนชนิดเชื้อเป็น  นอกจากนี้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีและมีประวัติหอบซ้ำก็ไม่แนะนำให้ใช้เช่นกัน  (ผู้มีอายุ > 50 ปีควรใช้วัคซีนแบบฉีดแทน)

คำถามที่เกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์  คงเกิดขึ้นเนื่องจากความไม่กระจ่างในเอกสารกำกับวัคซีนของบริษัทองค์การเภสัชกรรม เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด ที่ระบุว่าหากต้องการใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่ากำลังตั้งครรภ์,  คาดว่าตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร  ซึ่งแพทย์หรือเภสัชกรจะเป็นผู้ตัดสินว่าควรได้รับวัคซีนหรือไม่3
    สำหรับวัคซีนชนิดนี้กับสตรีตั้งครรภ์นั้น  ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (รวมผู้เชี่ยวชาญจาก the American College of Obstetricians and Gynecologists) เชื่อว่า สามารถให้วัคซีนชนิดนี้ได้ในทุกไตรมาสที่ตั้งครรภ์  อย่างไรก็ตามแพทย์บางท่านยังแนะนำให้รอจนกว่าจะเลยช่วงไตรมาสแรกไปแล้ว4
   

ข้อมูลความปลอดภัยในหญิงมีครรภ์
    การศึกษาให้วัคซีนชนิดนี้ในหญิงมีครรภ์มากกว่า 2,000 รายไม่พบผลเสียต่อทารกในครรภ์  นอกจากนี้ในรายการกรณีศึกษาและการศึกษาอื่น ๆ ที่ไม่มากนักระบุว่าหญิงมีครรภ์มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบจากโรคไข้หวัดใหญ่มากขึ้น  มีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่พบว่าในหญิงมีครรภ์ทุก ๆ 10,000 รายที่กำลังตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาส 3 จะพบว่ามี 25 รายต้องข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูแพร่ระบาด5  สตรีมีครรภ์จะมีอันตรายสูงหากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ในระยะไตรมาสที่ 3 พบว่าอันตรายค่อนข้างสูง ในระหว่างการระบาดเมื่อปี พ.ศ.2500 ผู้ป่วยมักจะมีภาวะแทรกซ้อนทางปอดอย่างรุนแรง และทารกอาจจะถึงแก่กรรมด้วย ยิ่งในรายที่มีลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ ภาวะแทรกซ้อนทางปอดจะพบในอัตราที่สูงขึ้นด้วย  สำหรับทารกในครรภ์ อาจจะได้รับผลจากการที่มารดาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจจะตายระหว่างคลอดหรือหลังคลอดใหม่ ๆ อาจคลอดก่อนกำหนด อาจมีความพิการแต่กำเนิด เป็นต้น6
   
    สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการที่มีการกล่าวถึงในเรื่องวัคซีนชนิดนี้กับสตรีมีครรภ์คือ ส่วนประกอบบางอย่างที่ใช้ผลิตวัคซีนชนิดนี้ อันได้แก่ Thimerosal ที่บริษัทผู้ผลิตใช้เป็นสารกันเสียในวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีมาก  แต่สารดังกล่าวนั้นมีส่วนประกอบ 49% เป็น ethylmercury จัดเป็นสารปรอทชนิดอินทรีย์ (organic mercury) ซึ่งถึงแม้จะมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่าสารตัวนี้มีความปลอดภัย  ดังนั้นการใช้วัคซีนโดยที่ลดปริมาณสารชนิดนี้ลงหรือปริมาณไม่เกินกว่ามาตรฐานยังถือว่ามีประโยชน์มากกว่าจะเป็นโทษ5   ซึ่ง US CDC เองก็พิจารณาแล้วเห็นว่าส่วนประกอบชนิดในปริมาณเล็กน้อยตามกำหนดในมาตรฐานถือว่ามีความปลอดภัย  อย่างไรก็ตาม  ตามกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย (California State Law) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2006 ที่ผ่านมา  มีคำสั่งให้มีการใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีสารปรอทหรือมีเพียงเล็กน้อยในกลุ่มผู้ป่วย 2 ประเภท  ได้แก่  เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 36 สัปดาห์  และในกลุ่มหญิงมีครรภ์4

ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม  :  ร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ และสามารถป้องกันได้ภายใน 2-3 สัปดาห์หลังการฉีด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1http://www.cdc.gov/flu/protect/pdf/vaccinekeyfacts.pdf
2http://www.cdc.gov/flu/professionals/vaccination/pdf/vax-summary.pdf
3เอกสารกำกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ปี 2009  จากบริษัทองค์การเภสัชกรรม เมอร์ริเออร์         ชีววัตถุ จำกัด  ปรับปรุง 01/2009
4http://www.pamf.org/flu/preg.html
5http://www.cdc.gov/FLU/ABOUT/QA/thimerosal.htm
6http://www.ift2004.org/FAQ/FAQ1.html

จัดทำโดย  งาน DIS (Drug Information Service ; DIS) ฝ่ายเภสัชกรรม  โรงพยาบาลยะหริ่ง